HITCHIN LAVENDER

HITCHIN LAVENDER

Camping


หน้าร้อนแบบนี้นักท่องเที่ยวหลายคนก็จะนึกถึงความงามของดอกไม้
(ที่ประเทศอื่น ที่ไม่ใช่ในไทยอะ ร้อนอย่างงี้อะไรจะบานได้ หึหึหลายคนนึกถึงฮอกไกโด ไปดูลาเวนเดอร์ กินเมลล่อน พรีออเดอร์ขนม เครื่องสำอางค์.. ไหนจะเพลิดเพลินกับอาหารการกินที่หลากหลายอีก เพราะฉะนั้น..


วันนี้เราจะมาแนะนำการไปดูลาเวนเดอร์ที่อังกฤษ เอ๊า
!! ใช่ๆคนละทวีปกันเลยทีเดียว 
ก็อยากจะลองแนะนำดูบ้าง เผื่อใครมีงบเยอะหน่อย อยากจะไปแถวนั้น อิอิ จริงๆที่อังกฤษ เอาเป็นแถวๆลอนดอนแล้วกัน มีสวนลาเวนเดอร์ที่ดังๆ เปิดให้คนเข้าชมอยู่สองสามที่เลย ตัวเมย์เองเคยไปมาสองที่ คือ Mayfield กับ Hitchin โดยส่วนตัวแล้ว คิดว่าที่ Hitchin สวยกว่าค่ะ ขอแนะนำที่นี่

Processed with VSCO with f2 preset

ตอนนั้นพักที่ Holiday Inn Kensington มันอยู่ใกล้กับสถานี Gloucester Road เป็น Tube หรือว่า รถไฟใต้ดิน

เรานั่งไปลงสถานี Finsbury ประมาณ 25 นาที แล้วจากนั้นเราต้องเปลี่ยนไปเป็น Overground รถไฟฉึกฉักธรรมดา

ไปลงที่ Hitchin เลย ซึ่งใช้เวลาประมาณ 25 นาที จากสถานีรถไฟนี้ ต้องเดินทางต่อด้วยบัส หรือ แท็กซี่

ซึ่งตอนที่ไปนั้นไปกันสามคน ก็เลยหารค่าแท็กซี่กัน บริเวณนั้นจะมีแท็กซี่จอดรออยู่ตลอดๆ

Processed with VSCO with f2 preset

ค่าเข้าชม Hitchin คือ 5 ปอนด์ ราคานี้รวมลาเวนเดอร์ที่คุณจะเอากลับบ้านด้วยนะ พอจ่ายตังค์เค้าก็จะมีถุงกระดาษและกรรไกรให้ อยากตัดเท่าไหร่ ตัดเล้ยยยย เอากลับบ้านไปเล้ยยย

Processed with VSCO with f2 preset
อาบแดดกันหน่อยย

หลังจากที่เราไปถึงจ่ายตังค์ได้ถุง ก็เดินเข้าไปในบริเวณที่ปลูกลาเวนเด้อ ซึ่งจะมีมุมอาบแดดเล็กๆให้ฝรั่งนั่งชิว
คนไทยคงไม่มีใครนั่งหรอกค่ะ เสียดายค่าไวท์เทนนิ่ง ฮ่าๆ  เราเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ และ..

หึ่มมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

เสียงผึ้งค่ะ ดัง มากกก ดังแบบดังหึ่มๆทั่วทั้งบริเวณ แล้วบริเวณเค้ากว้างมาก ด้วยเสียงดังขนาดนี้
มันจะมีผึ้งอยู่กี่ตัวกันแล้วเราเดินเข้าไปตามแนวลาเวนเดอร์ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ก้มลงตัดดอกลาเวนเดอร์ใส่ถุง
กลิ่นลาเวนเดอร์หอมฟุ้งเลยค่ะ เหมือนกำลังล้างห้องน้ำอยู่ (อ่าวสรุปมันดีหรือไม่ดีอะ)

จริงๆแล้วเราไม่ใช่แฟนคลับลาเวนเดอร์เลยนะ คือรู้สึกว่ามันฉุนๆ แต่ชอบดอกไม้ไง เป็นสาวหวาน ยอม..

Processed with VSCO with f2 preset
เก็บกันจริงจังมาก ไม่ได้แคร์ว่าจะเหลือเผื่อคนอื่นมั้ย

เมย์ : “แกๆ นั่งลงๆ เดี๋ยวถ่ายรูปให้ สวยแน่นอน

นี่ก็กะถ่ายเพื่อนสวยๆไง แล้วทันใดนั้น

เพื่อน : “เหยยย ตัวไรกัดไม่รู้อะ

ใช่ค่ะ ผึ้งต่อยที่ต้นขา ขาเราเหรอ ป่าวเลย ขาเพื่อน ไอ้คนที่เราบอกให้นั่งลงนั่นแหละ
คือต่อยเข้าไป ทะลุกางเกงไปเลยคุณ

นาทีนั้น เราก็เริ่ม.. มีความกังวลเกิดขึ้นแบบ เห้ย มันต่อยว้ะ คือตอนแรกอะ นึกว่าจะต่างคนต่างอยู่ไง
ประมาณว่าผึ้งเค้าจะคุ้นชินนักท่องเที่ยวอะแหละ (ไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหนกัน ฮ่า ๆ ๆ)

แต่ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าผึ้งเยอะมากจริงๆค่ะ ถ้าจะไปอย่าฉีดน้ำหอมไปเยอะนะ

กูเกิ้ลมาเค้าบอกว่าผึ้งจะชอบตามคนที่หอมๆ อ่าว.. แล้วไม่ต่อยเราแสดงว่าเราเหม็น?

Processed with VSCO with f2 preset
รูปนี้ก็มีผึ้งอยู่สองตัว ลองสังเกตุดู

เราทุกคนตัดสินใจเดินกลับ.. ซะเมื่อไหร่ ถ่ายรูปต่อแบบไม่แคร์ผึ้งเลย (และเพื่อนที่โดนผึ้งต่อยไปเมื่อกี๊ด้วย)
เพื่อนเริ่มหน้างอค่ะคือก็คงเจ็บมากจริงๆนั่นแหละ แต่คือตัวมันเแงก็ไม่หยุดถ่ายรูปไง เราเห็นความพยายามของเพื่อน ก็เลยถ่ายต่อไปด้วย ฮ่าๆๆ

และ.. ผ่านไปไม่ถึง 10 นาที

โอ๊ยยยย อีกแล้วอะ

ใช่ค่ะ ผึ้งต่อยอีกแล้ว ต่อยอีคนเดิมเลย คนที่แต่งตัวใส่ขายาวมา ต่อยตรงข้อเท้าเลย

เรากับเพื่อนสิงคโปร์อีกคนใส่กระโปรงสั้นกันมา เดินเริงร่าแบบผึ้งไม่แยแส

สรุปคนที่โดนแต่งตัวมิดชิดสุดเลย โดนไปเลยเต็มๆสองที

FF59F26E-608B-4AD6-8619-4EE5CED71DC2
เค้าก็ยังไม่หยุดถ่ายนะ ใช้คนที่โดนผึ้งต่อยถ่ายด้วยอะ

ยัง.. ยังไม่เข็ด เรามาแล้ว ก็ต้องถ่ายรูปให้ได้เยอะๆ เอาทุกมุม ทุกฟีลลิ่ง

จนในที่สุด 10 นาทีผ่านไป คือมันเริ่มร้อนแล้ว หิวมากด้วย และเพื่อนก็เจ็บที่โดนผึ้งต่อยมากขึ้นเรื่อยๆ

ประกอบกับเราทุกคนพอใจกับรูปถ่าย และลาเวนเดอร์ที่จะเอากลับบ้าน

เลยตัดสินใจเดินกลับไปพักที่ร้านขายของที่ระลึก แล้วโทรเรียกแท็กซี่มารับ 

Processed with VSCO with f2 preset
ลาเวนเดอร์ที่ตัดมาค่ะ

กลับไปถึงลอนดอน ไอ้คนที่โดนผึ้งต่อยที่ต้นขาและข้อเท้า มันก็ไม่กลับไปโรงแรมนะ เดินต่อค่ะ เดินช้อปปิ้งไปเรื่อยๆ

แล้วช้อปเยอะมาก รองเท้าแปดคู่! (โอเคอันนี้เราเว่อร์ฮ่าๆๆนางให้กำลังใจตัวเองว่า “ไม่ค่อยเจ็บแล้วแหละ ไหวๆ”


จนเวลาประมาณ
5 ทุ่ม เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

ไม่ไหวอะ โทรเรียกหมอแล้ว มาอยู่เป็นเพื่อนหน่อยดิ


โทรเรียกไปตอนประมาณ
4 ทุ่มกว่าๆ นี่ก็ไปรอ รอ รอ

เค้าว่ากันว่า หมอที่ลอนดอนเนี่ย หล่อนะ เคยได้ยินใครซักคนพูด

รอ รอ รอ จนหลับ หมอก็ยังไม่มา แล้วคุณหมอก็มาตอนเกือบตี 1 !!!!!!! นี่คือถ้าใกล้ตายคือก็ตายไปแล้วอะ

น่าจะปั๊มหัวใจ CPR ไปหลายรอบเลย เปิดประตูมา หมอที่ลือกันว่าหล่อคือ !!!
&(@%$*@:” ใครลือจะไปตีปากนะคะ มาเป็นอาแปะเลยคุณ แต่สำเนียงเค้าคือ British มากๆ


หมอให้น้องโบ
(นามสมมุติ)ลองเดินให้ดู เพื่อดูว่าจะเดินไหวมั้ยทำงานบินกลับไหวมั้ย

เอาจริงๆ ตีนมันบวมมากอะ และมันบอกว่ามันเจ็บมาก แต่เนื่องจาก..

มันช้อปไปเยอะมาก ถ้าบินกลับแบบไม่ทำงาน เงินจะลดลงครึ่งนึง..  

มันก็เลย แอ๊บเดินให้เป็นปกติที่สุด ซึ่ง.. หมอดูออกค่ะเพื่อนขา

หมอหันมามองหน้าเรา แล้วสื่อสารด้วยพลังจิตว่า ดูเพื่อนมึงดิ

สุดท้ายหมอก็ให้ยา ทั้งยากิน ยาทา แล้วนางก็ได้บินกลับทำงาน economy class
เครื่องลำใหญ่ยักษ์ A380 กลับมาถึงสิงคโปร์อย่างทุลักทุเล

Processed with VSCO with f2 preset
คนไหนที่เราเม้าส์อยู่ให้ทาย

 จบ.

สรุปคือจะเม้าส์เพื่อนอะแหละ

อ้ะ อ้ะ อ้ะ  ใครสนใจอยากจะตามไป สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก http://www.hitchinlavender.com/ ค่ะ : )

Processed with VSCO with f2 preset

SEVEN SISTERS

Seven Sister

Processed with VSCO with t1 preset

ช่วงนี้เมื่อประมาณปีที่แล้ว ตอนนั้นยังทำอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอยู่สายการบินห้าดาวอันดับหนึ่งอันดับสองของโลก ได้มีโอกาสไปเที่ยว Seven sister หน้าผาสีขาวติดริมทะเลแห่งเมือง Sussex

ไปคนเดียว ใช่ค่ะ ไปคนเดียวเกือยทุกที่อะแหละ T.T

ณ ตอนนั้น เราเป็นคนเต็มที่กับการเที่ยวมากๆนะ เต็มที่จนบางทีไม่ประมาณตัวเอง โดนแฟนว่าหลายครั้ง เพราะไม่นอน แลนด์แล้วออกเที่ยวเลย แล้วสุดท้ายก็คือ.. ป่วย กลับมาไทยทีก็เดี๊ยง เหตุผลที่ดูแล้วเห็นแก่ตัวก็คือในหัวก็คิดว่าไม่ได้จะเป็นแอร์ไปตลอดชีวิต ถ้าไม่ไปตอนนี้ จะได้ไปตอนไหน (แล้วก็จริง มีหลายที่ที่อยากไปแต่ยังไม่ได้ไป)

อ่าว.. บ่นอะไรหละ พาไปเที่ยวสิเห้ยยย

มา !! Seven Sisters คืออะไร ไหนลองเล่าดู

Seven Sisters คือหน้าผาหินสีขาว อยู่ทางตอนใต้ของเกาะอังกฤษ การเดินทางจากลอนดอนก็คือ หาทางไป Brighton ให้ได้ก่อน ตอนนั้นเราพักอยู่แถวๆ Shepherd’s Bush ก็เลย Google หาทางไปโดยเริ่มจากจุดนั้น โดยเปลี่ยนรถครั้งเดียวที่ Clapham Junction แล้วก็นั่งไปอีก 50 นาทีก็จะถึง Brighton พอดีค่ะ

เดินออกมากหน้าสถานีรถไฟ จะเห็นว่ามีตู้ขายตั๋วรถบัส ของ Brighton&Hove ซึ่งเป็นบัสที่จะเดินทางไป Seven Sisters Country Park ซื้อเลย สำหรับไปกลับ คุณลุงที่ตู้ใจดี เค้าจะแนบตารางเดินทางของรถบัสมาให้ด้วย ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามเวปไซต์นี้ค่ะ

http://www.buses.co.uk/page.shtml?pageid=1345

Processed with VSCO with t1 preset

จุดขึ้นรถบัสจะอยู่ที่ Portland Street Stop M นะคะ ให้เลือกบัส 12A ค่ะ เพราะจะถึงเลยไม่ต้องต่อ

บัสนี้จะวิ่งเลียบริมทะเลไปเรื่อยๆ ซ้ายมือเป็นเนินเขาทุ่งหญ้า ขวามือเป็นทะเล หืมมม เหงาได้ที่เลยค่ะ นั่งไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะถึง ใครมีน้ำเตรียมน้ำ มีขนมเตรียมขนมมาเผื่อได้เลยค่ะ

1 ชั่วโมงนิดๆผ่านไปก็จะถึง Park Centre ลงที่ป้ายนี้ได้เลย บริเวณนั้นจะมี Visitor Centre ให้เราสอบถามทาง ซื้อแผนที่ โปสการ์ด ของฝากเล็กๆน้อยๆ

Processed with VSCO with t1 preset

หลังจากสอบถามทางกับคุณป้าที่ Park Centre แล้ว ก็เริ่มออกเดินทาง โดยป้ากางแผนที่ แล้วอธิบาย ลองจินตนาการรูปตัว U ปลายหางด้านซ้ายถ้าเราเดินไปจะเป็นฝั่งหน้าผา คือเราจะยืนอยู่ใต้ผาเลย แต่ปลายฝั่งด้านขวาจะเป็นจุด View Point เราจะมองเห็นผาสีขวาทั้งหมดยาวๆ อ๊ะอะ ถ้าคิดจะไปขวาแล้วกระโดดมาซ้ายเลย ไม่ได้ค่ะ มีน้ำกั้นไว้

ถ้าหนูอยากเห็นวิว Seven sissters ทั้งหมด หนูต้องเดินเส้นนี้นะคะ ไปที่ Seafort Head View Point หนูจะได้เห็นวิวที่มันสวยมาก โอ้ มาย ก้อด

ป้าบอกก๊อด นี่ว่าก็ต้องก๊อดแหละ ไหนมันใช้เวลาเดินนานแค่ไหนคะป้า

เดินไปครึ่งชั่วโมง เดินกลับอีกครึ่งชั่วโมง

ตอนนั้นในใจคิด โอ๊ยย ไม่เชื่อป้าหรอก เราเดินเร็วได้ เดี๋ยวไปดูวิวนี้ แล้วเดินกลับมาอีกที่ดูวิวอีกฝั่งก็ได้ เราเดินค่อนข้างเร็ว แม้ขาเราจะสั้นมากก็ตาม

IMG_4311

เริ่มออกเดินทางเลยค่ะ อากาศของเกาะอังกฤษนี่ เป็นที่เลื่องลือนะคะว่านางเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอด ตอนเช้าก่อนเดินทางนี่ก็ฝนตก ฉะนั้นปกติเวลาไปลอนดอนคือจะพกร่มติดกระเป๋าตลอด วันนี้ก็เช่นกัน ฝนตกเหรอคะ? ป๊าววว แดดแรงมาก อ่าว.. แล้วปูเรื่องฝนตกมาทำไมอะ.. แล้วไปถึงบ่ายสองอะคุณคิดดู อะในใจคิดว่ามาแล้ว ไหนๆก็ไหนๆ เดินเลยๆ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหรอก

Processed with VSCO with t1 preset

เอาจริงๆ มันถึงหวะ คือไกลใช้ได้เลย เส้นทางเดินค่อนข้าง.. ไม่ง่ายอะพูดงี้ก็แล้วกัน คือเหมือนเดินอยู่บนคันนา มีพงหญ้าให้เดินเบี่ยงหนีบ้าง แล้ว.. สิ่งมีชีวิตที่เดินเส้นนั้นคือ.. หญิงสาวชาวไทย 1 คน กับฝูงแกะ นี่ไม่ได้มาเลี้ยงแกะนะบอกไว้ก่อน เป็นคนพูดจริง ไม่ได้มีแต่งเติม อิอิ

ตอนนั้นก็แอบคิดนะว่าทำไมต้องมาลำบากอะไรแบบนี้ด้วยน๊ออออ เช้านั้นก็วิ่งมา 10 กิโลกว่าๆที่ Hyde Park แล้วกระแดะมาเที่ยวอีก (นี่ไงสาเหตุที่โดนว่าอะค่ะ)

Processed with VSCO with t1 preset

ถึงจุดหมายแล้วก็ยังไม่พอ ยังต้องเดินขึ้นเนินไปอี้กกก เอาว้ะ ก็ต้องขึ้นนะ มาถึงแล้วนี่ พอขึ้นไปถึง ก็ไม่ผิดหวังค่ะ วิวสวยมาก สวยจนอยากให้แดดมันอ่อนลงกว่านี้นิดนึงมั้ยอะ จะได้นั่งชิลอีกหน่อย อ่อๆ ไม่ได้ใช่มะ อากาศอังกฤษต้องตามใจเค้าเน้อะ

Processed with VSCO with t1 preset

ถ่ายรูป Selfie จนพอใจก็เดินกลับ.. อีก 30 นาที เล็กน้อย.. ทำงานบนเครื่องบินหนักกว่านี้อีก เอาหละ เราก็เริ่มกระบวนการเดินกลับ ในใจตอนนั้น อยากจะข้ามน้ำที่มันตัดผ่านมาแล้วไปอีกฝั่งเลย ทำไมต้องมาเดินย้อนไปย้อนมา ทำไมไม่ทำทางข้ามให้เลยฮ๊ะ จริงๆเล้ยยย

Processed with VSCO with t1 preset

พอเดินมาถึงจุดที่เป็นฐานตัว U คือ.. จะถอดใจแล้ว ไม่ดงไม่ดูมันแล้วมั้ยผาสีขาวๆอะ เดินไปก็ไม่มีใครถ่ายรูปให้อยู่ดี ไปทำไม มาเหนื่อยทำไมคนเดียว อยากร้องไห้มากๆ นั่นแหละค่ะ มันคือสภาพจิตของคนที่เหนื่อย เหนื่อยมากจริงๆนะ แต่แล้วก็สู้สิคะคนดี มาครั้งเดียว ไม่มีปัญญามาเองแล้วเด้ออ เดินอีก เดิ๊น!!

Processed with VSCO with m3 preset

เส้นทางนี้เป็นที่นิยมกว่าอีกเส้นที่เราเพิ่งเดินกลับมา คนนิยมกว่ามาก ทั้งคน ทั้งหมา เต็มไปหมด ระหว่างทางก็จะมีคนนั่งปิ๊กนิก นั่งอ่านนั่งสือ ไม่แน่ใจว่าตั้งใจนั่ง หรือเหนื่อยแล้วนั่งพัก จริงๆก็อยากนั่งบ้าง แต่ต้องทำเวลา นี่ก็ปาไปสามโมงแล้ว เดินไปได้ครึ่งทาง เอ๊า ดันเป็นหาดหิน เดินยากขึ้นไปอีก จะเดินเร็วก็ไม่ได้ เดินช้าก็ไม่ทัน ตกลงนี่ควรมามั้ยอะ ฮือออออออ เดินมาถึงจะเงยหน้ามองผา สว่างจ้าหยี๋ตาเบอร์ 10 ไปเลย รูปที่ถ่ายมาคือไม่ชัดสักรูปเลยแหละ

Processed with VSCO with t1 preset

อยากกลับไปแก้ตัวอีกอะ.. ตดใส่ไว้แล้ว เดี๋ยวก็ได้กลับไปแหละ

ทำไมเป็นคนแบบนี้อะ.. ฮ่า ๆ ๆ ๆ