Aoyama Flower Market

My all time favorite cafe goes to.. Aoyama Flower Market

จะพูดว่าเป็นคาเฟ่ซะทีเดียวก็ไม่ถูก เป็นร้านดอกไม้ก็ไม่เชิง Aoyama Flower Market คือร้าน.. ขายดอกไม้ที่มีส่วนของคาเฟ่อยู่ข้างหลังจริงๆเค้าเรียกว่า Tea house  เมนูเครื่องดื่มจะเน้นไปที่ชา มีทั้งชาเขียว ชาขาว ชาดำ และ infused tea

ร้านนี้ตามรอยเพื่อนอีกที ครั้งแรกที่ไปก็เมื่อสงกรานต์ปี 2015 เปิดอินสตาแกรมเพื่อน เปิดแผนที่แล้วก็นั่งรถไฟไปลง Omotesando จะไปจากสายไหนก็ได้ ไปลงสถานี Omotesando พอ (เหมือนจะมีประโยชน์เลยอะ ฮ่าๆๆ) ทางออกมีสองตัวเลือกค่ะ

  • ทางออก A4 ขึ้นมาปุ๊บ ข้ามถนนไปอีกฝั่ง ร้านอยู่ในตึกที่เป็นอิฐสีแดงๆค่ะ
  • ทางออก A5 ขึ้นมาจากทางออกแล้ว ร้านจะอยู่ฝั่งเดียวกันเลยค่ะเดินไปทางซ้ายมือ

ร้านเปิดตั้งแต่ 11 โมงนะคะ ถ้าไม่อยากรอคิวนานก็.. ไปเช้าๆหน่อยก็จะดี

image

 

ครั้งแรกที่ไป ไปถึงก่อนร้านเปิดอีก ก็เลยไม่ต้องรอนาน ด้านหน้าของร้านเป็นร้านขายดอกไม้ค่ะตามชื่อร้านเลย ซึ่งจริงๆแล้ว ดอกไม้ที่เค้ามีจะไม่ได้เหมือนกันทุกวันนะคะ ใครอยากซื้อดอกไม้ ดมดอกไม้ ก็มาได้ ดูเฉยๆเค้าก็ไม่ว่าค่ะ จะมาแค่ถ่ายรูปก็ตามใจเลย (จริงๆนะ)

image

รูปบรรยากาศอาจไม่ได้เรียงตามวันเวลาที่ไปนะค่ะ ไปมาแล้วทั้งหมด 5 ครั้ง (แบบไปที่อื่นบ้างก็ได้มั้ง)

image

ในร้านก็จะเป็นบรรยากาศเขียวๆ วางแจกันดอกไม้เล็กๆไว้ตามโต๊ะ ซึ่งเท่าที่ไปแต่ละครั้ง ดอกไม้ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆค่ะ ทำให้นึกถึงเพื่อนคนนึง จริงๆผู้หญิงกับดอกไม้ควรเป็นของคู่กัน แต่..เพื่อนคนนี้กลัวดอกไม้ค่ะ เป็นสาวสวย(ในแบบของตัวเอง)ที่กลัวดอกไม้ งานแต่งงานนี่ ไม่มีสิทธิ์ได้เป็นเจ้าสาวคนต่อไปแน่นอนค่ะ และที่สำคัญมันมาร้านนี้ไม่ได้แน่ๆ

image

ไปคนเดียวก็ไม่ต้องเขินนะคะ มีส่วนที่เป็นเคาท์เตอร์บาร์ริมหน้าต่าง นั่งมองออกไปข้างนอกได้ชิวๆ ไม่ต้องเกรงสายตาว่า เอ๊ะะะ ทำไมไม่มีใครคบ

image

 

วันแรกที่ไป เปิดเมนูปุ๊บ.. อื้อหือออออ อยากกินไปหม๊ดเลย ขนมน่ากินทั้งนั้น ซึ่งจุดขายของเมนูที่ร้านคือขนมของที่นี่จะมีส่วนประกอบหรือไม่ก็ตกแต่งด้วยดอกไม้ เมนูก็จะมีทั้งขนมและbrunchเล็กๆ แบบกินแล้วอิ่ม.. ไม่มาก.. แต่เตื่องจากวันนั้น สวาปามอาหารเช้ามาซะเต็มอิ่ม ก็เลยสั่งแค่ชากับparfaitค่ะ เป็นไอติมวนิลา วิปครีม เจลลี่ แล้วก็มีดอกกุหลาบแห้ง ซึ่ง.. ก็กินเข้าไป

image

วันแรกไปแล้วติดใจ เช้าวันรุ่งขึ้นก็ตื่นไปใหม่ คราวนี้มีการฝากท้องจริงจังเลยค่ะ สั่งเป็น open sandwich แฮม ไข่ บล็อคโคลี่ ที่มาพร้อมกับสลัด แล้วก็ชาเลือกได้ 1 อย่างมาเป็นเซ็ท ถ้าจำไม่ผิด.. น่าจะ 1980 เยน อะไรทำนองนี้ค่ะ ขนมปังนุ่มอร่อย ชาก็หอม ดี๊ดี

image

และแน่นอนว่ากินคาวก็ต้องกินหวานค่ะ สั่งมาเป็น Toast จำชื่อไม่ได้ จำได้แค่ว่ามันอร่อย ความนุ่มของขนมปัง ความหวานของไอติม แต่ยี่ไม่ได้กินดอกไม้นะ จริงๆคงกินได้แหละ

image

ครั้งที่สองที่ไป เป็นช่วงประมาณเดือนกรกฎาค่ะ ดอกไม้ก็เปลี่ยนไปตามฤดูกาล

image

แม้แต่ toast ก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน ส่วนตัวแล้ว ชอบแบบคราวที่แล้วมากกว่า อาจจะเป็นเพราะว่าเราไม่ค่อยชอบสับปะรด

image

ชาที่สั่งก็ลองเปลี่ยนเมนูด้วย เวลาสั่งชา ที่ร้านจะมีนาฬิกาทรายเล็กมาให้ค่ะ ตั้งไว้รอเวลาว่าพอทรายหมดแล้วค่อยดื่ม ถ้าเร็วไปอาจจะจาง

image

ครั้งที่.. สี่ผ่านเวลาไปครึ่งปีค่ะ ช่วงประมาณต้นปีนี้เอง มีไฟลท์บินโตเกียว แต่พักที่โยโกฮาม่าแต่ถึงกระนั้นระยะทางไม่ใช่ปัญหา นั่นรถไฟยาวๆมาแล้วจ่ะ

 

image

 

เริ่มด้วยของคาว

image

ของหวานก็เป็น toast เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเปลี่ยนเป็นส้มและ chocolate sauce

image

และครั้งล่าสุด เมื่อเดือนมีนาที่ผ่านมานี่เอง สั่ง brunch เมนูใหม่ onion soup มีสลัด และพาสต้ามาให้เล็กๆ แต่ก็อิ่มใช้ได้เลยค่ะ

 

image

ส่วนของหวานครั้งนี้ มาในตีมซากุระค่ะ เป็น sponge cake มีเจลลี่ ไอติมแล้วก็ granola มาด้วยคือ.. อยากกินหลายอย่างใช่มะ เลือกไม่ถูกใช่มะ มาเลย สั่งเมนูนี้

image

ถามว่าเบื่อหรือยังกับร้านนี้.. ยังค่ะ ไปกี่ทีก็ไม่ได้กินอะไรเดิมๆ จริงอยู่ว่าร้านเดิมที่เดิม โต๊ะเดิม แต่เมนูเค้ามีหมุนเวียนมาใหม่ตลอด อาจจะเสียเวลาชีวิตนิดนึงที่ต้องมาที่เดิมๆกับ.. เมนูคราวก่อนที่ชอบ ไม่มีแล้วอะะะะะ

แล้วจะพยายามรวบรวมร้านของกินมาฝากอีกนะก้ะ ตอนนี้เดินทางสายกิน 😛

image